Bookstore

 
ความรู้สึกแรกหลังอ่านหนังสือเล่มนี้จบคือ "อ้าว จบแล้วหรอ!" เพราะแม้ว่าจะไล่สายตาไปจนถึงบรรทัดสุดท้ายของเรื่องราวแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกค้างคากับบทสรุปของตัวละคร เหมือนกันว่า ผู้เขียนตั้งใจจะ "ทิ้งเอาไว้อย่างงั้นแหละ" ให้คนอ่านกลับไปคิดต่อเอาเอง ไปปะติดปะต่อเรื่องราวเอาเอง นับว่าเป็น "สไตล์" ในการจบนิยายตามแบบฉบับของผู้เขียน - ฮิกาชิโนะ เคโงะ - อย่างแท้จริง!
 
ใครที่เป็นแฟนนิยายสืบสวนญี่ปุ่นคงจะต้องคุ้นชื่อนักเขียนผู้นี้เป็นอย่างดี เพราะนิยายหลายเรื่องของเค้า นอกจากจะถูกนำมาแปลเป็นภาษาไทยหลายเรื่องแล้ว ยังถูกนำไปสร้างเป็นละครซีรีส์ รวมถึงภาพยนตร์ออกฉายในญี่ปุ่นมาแล้ว หลายเรื่องครั้งออกเป็นหนังสือก็มียอดขายถล่มทลาย ครั้งนำมาทำเป็นละครหรือภาพยนตร์ก็ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลมากมาย
 
เกริ่นสรรพคุณผู้เขียนมาซะยืดยาว มาเข้าเรื่องหนังสือเล่มนี้กัน(ซะที)ดีกว่า "พระอาทิตย์เที่ยงคืน" เป็นเรื่องของคดีฆาตกรรมเจ้าของโรงรับจำนำเมื่อ 19 ปีก่อน ซึ่งผลจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น เป็นเหมือนต้นกำเนิดให้เกิดคดีที่น่าสะพรึงคดีแล้วคดีเล่า โดยที่ตำรวจไม่สามารถหาหลักฐานใดใดเชื่อมโยงกับผู้ก่อคดีได้ จนมาขมวดเกลียวเฉลยปมในอีก 19 ปีให้หลัง ...บุตรชายของเจ้าของโรงรับจำนำที่เสียชีวิต กับบุตรสาวของผู้ต้องสงสัย ทั้งสองคนได้ดำเนินชีวิตกันไปคนละทิศคนละทาง...ผู้เขียนวางการเล่าเรื่องไว้ผ่านบุคคลที่เข้ามาพัวพันเกี่ยวข้องกับตัวละครสองตัวนี้ ยิ่งเรื่องดำเนินไปเรื่อยๆ เราก็จะยิ่งค้นพบความเชื่อมโยงของตัวละครต่างๆที่นำไปสู่จุดจบในตอนท้าย
 
เอาเป็นว่าไม่ขอสปอยล์เนื้อหาของเรื่องไปมากกว่านี้ละกัน แต่อยากจะพูดถึงวีธีการเล่าเรื่องของผู้เขียน ที่ทำให้คนอ่านอย่างช้านสามารถจดจ่อจดจ้องหน้าหนังสือที่มีความหนาพันกว่าหน้าได้โดยไม่รู้สึกเบื่อเรย ระหว่างที่อ่านไป ผู้เขียนไม่ได้ปิดบังเรยว่า ใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์อันน่าประหวั่นพรั่นพรึงนั้น ซ้ำยังบอกใบ้ แนะแนวคนอ่านเป็นระยะๆ ทำให้คนอ่านสามารถเชื่อมโยงได้ไม่ยากว่า เหตุการณ์ควรจะเป็นยังไง แม้ว่าผู้เขียนจะไม่ได้บรรยายออกมาโต้งๆ การเล่าเรื่องที่ค่อยๆตีวงเข้ามา จากที่กว้างมากจนจับต้นชนปลายไม่ถูก จนแคบเข้าๆ จนคนอ่านสามารถปะติดปะต่อจิ๊กซอว์ทีละชิ้นๆให้ออกเป็นภาพใหญ่ได้ แม้ว่าการปะติดปะต่อนั้นจะกินระยะเวลานาน...มากกกก จนเกือบจะจบเรื่องอยู่แล้ว ก็ไม่ได้ทำให้คนอ่านอย่างช้านรู้สึกเบื่อ แถมยิ่งเล่าเนิบเท่าไหร่ ค่อยๆเผยเบาะแสทีละนิดๆเท่าไหร่ ยิ่งทำให้อยากรู้มากเท่านั้น ว่าอะไรเป็นเหตุจูงใจ อะไรคือเหตุผล อะไรคือแรงขับเบื้องหลังการกระทำทั้งหมด ซึ่งพอเฉลยออกมาแล้ว ก็ทำให้อึ้งไปไม่น้อย แม้ว่าจะอ่านจบไปแล้ว ยังต้องกลับมาพลิกดูหน้าก่อนหน้า ว่าที่เข้าใจมาน่ะถูกมั้ย อ่านไรข้ามไปรึปล่าว เพราะรู้สึกว่า แต่ละคำพูดของตัวละครช่างมีความหมายเหลือเกิน พออ่านจบ จึงได้เข้าใจความหมายของคำว่า "พระอาทิตย์เที่ยงคืน" ว่าหมายถึงอะไร
 
เรื่องนี้ไม่ใช่นิยายสืบสวนเลือดสาด แต่เป็นนิยายสืบสวนแนวดราม่า ที่ให้ความรู้สึกหม่น เศร้า แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าจะมองอีกมุมนึงก็จัดได้ว่า นิยายเรื่องนี้เล่าเรื่องราวของความรักและความเสียสละของคนๆนึง กับคนอีกคน(หรือสองคน)ที่ชีวิตที่มืดหม่นจนเหมือนไม่เคยได้เห็นแสงสว่างสาดส่องเข้ามาในชีวิต ไม่เคยได้ใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ดวงอาทิตย์เรย จะมีก็แต่ "พระอาทิตย์เที่ยงคืน" ที่คอยเป็นแสงสว่างให้ชีวิตเท่านั้น 
 
แม้ว่าจะอ่านนิยายเล่มหนาปึ้กเล่มนี้จบแล้ว แต่คนไม่ยอมจบแฮะ ฮ่าๆๆๆ ขนาดต้องไปควานหาลิ้งค์ละครเรื่องนี้มาดู ซึ่งเค้าว่า ดังมากๆตอนออกฉาย (และเด๋วว่าจะหาลิ้งค์หนังเรื่องนี้มาดูด้วย! อิอิ)

edit @ 3 Nov 2012 00:40:47 by Sea So Sweet