เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ติ๊ดตี่ได้ไปเที่ยวงาน Feria de Abril ที่ Sevilla (เซบีย่า) มาค่ะ งานนี้ จัดได้ว่าเป็นงานเทศกาลระดับบิ๊กบึ้มของเมืองและของสเปนเลยก็ว่าได้ งานนี้สาวๆสเปนจะแต่งชุดเซบียาน่าหรือชุดฟลามิงก้ามาอวดโฉมกันอย่างอลังการงานสร้าง เราชาวไทยก็ไม่พลาด ต้องไปร่วมงานกะเค้าด้วยพร้อมชุดจัดเต็ม! (เท่าที่พอจะจัดได้ ฮา)

บริเวณ Plaza de España

เทศกาล Feria de Abril (เฟเรีย เด อาบริล) ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-11 พฤษภาคม แต่ถ้าดูตามชื่อภาษาสเปนของงานแล้ว จะแปลว่า "เทศกาลเดือนเมษายน" ซึ่งแรกเริ่มเดิมทีเค้าก็จัดกันในเดือนเมษายน และจัดเพียงแค่ 3 วัน เพื่อเฉลิมฉลองการมาถึงของฤดูใบไม้ผลิ แต่ต่อมา เนื่องจากในเดือนเมษายนจะมีการจัดเทศกาลอีสเตอร์ ซึ่งเป็นงานระดับบิ๊กบึ้มอีกงานที่เป็นหน้าเป็นตาของเซบีย่า และจะมีการจัดขบวนแห่พระเยซูและพระแม่ไปรอบเมือง ทำให้เหล่าผู้จัดงานตกลงที่จะเลื่อนการจัดเทศกาล Feria de Abril ออกไปเป็น 3 อาทิตย์ให้หลังจากเทศกาลอีสเตอร์ เพื่อหลีกเลี่ยงการจัดงานใหญ่สองงานใกล้กัน พร้อมทั้งขยายระยะเวลาของเทศกาลเป็น 6 วัน

ลุงเอนรับแดดบริเวณผนังกระเบื้องที่มีลวดลายแคว้นต่างๆของสเปน
(Plaza de España)

ก่อนไปงานนี้ควรเตรียมตัวจองโรงแรมและตั๋วรถไฟลงไปเซบีย่าล่วงหน้าซัก 2-3 เดือน  เพราะช่วงนี้ถือเป็น high-season สุดๆของเซบีย่า โรงแรมส่วนใหญ่จะพร้อมใจกันโขก เอ้ย ปรับราคาขึ้น แถมยังเต็มเร็วมากอีกด้วย อีกอย่างที่ต้องเตรียมคือ ชุดที่จะใส่ไปงาน จริงๆเราทำตัวเป็นนักท่องเที่ยวหน้าเอเชียไปเดินถ่ายรูปก็ได้ แต่เนื่องจากไทยเราไม่แพ้ชาติใดในโลก เราจึงต้องไปแบบจัดเต็ม อย่าให้เสียชื่อ! (ฮา)

ขอลงรูปตัวเองเป็น reference ซักหน่อย (ฮา)

ชุดที่ใส่ไปงาน Feria de Abril ครั้งนี้ติ๊ดตี่ไปได้มาจากร้านขายเสื้อผ้ามือสองชื่อร้าน Humana ซึ่งรายได้จากการขายของร้านนี้จะนำไปช่วยเหลือประเทศโลกที่สาม (ไทยเรารึปล่าวนะ?) ในราคา 39 ยูโรเท่านั้น ถ้าไปถอยชุดใหม่เอี่ยมอ่องแบบดูดีมีชาติตระกูลจะสนนราคาอยู่ที่ชุดละ 150 ยูโรอัพ (มายก๊อดดด) ชุดที่สวยจริงๆที่เคยไปเกาะกระจกดูราคา 240 ยูโรแน่ะ (ขอเป็นลมแป๊ป) 

ไทยเราอาจจะเห็นว่า ชุดอะไรสีฉูดฉาด ฟูฟ่อง ระบายย้วยขนาดนี้ อย่างกับชุดหางเครื่อง (ฮา) แต่ขอบอกว่า ไปดูใกล้ๆแล้วมีอ้าปากค้างได้ เพราะสวยจริงๆ และไม่มีชุดไหนซ้ำแบบซ้ำลายซ้ำสีกันเลย ยิ่งได้สาวสเปนตาคม ผมน้ำตาลเข้ม ผิวสีแทน หุ่นเช้งกะเด๊ะมาใส่ด้วยแล้วล่ะก็... งานนี้ขนาดผู้หญิงอย่างเรามองยังเคลิ้ม! ไม่เคยนึกว่า combination สีสดๆ ดอกไม้ดอกโตๆบนหัว ลวดลาย texture เนื้อผ้าเยอะๆ พอรวมๆกันออกมามันจะสวยขนาดนี้!

ว่าแล้วก็...ไปเข้างานกันเลยดีกว่าค่ะ!

สถานที่จัดงานตั้งแต่ครั้งแรกจนถึงปัจจุบันมีขึ้นที่ Prado de San Sebastián ซึ่งในสมัยนั้นจัดว่าอยู่ในเขตชานเมือง แต่ในปัจจุบันอยู่ใกล้กับสำนักงานอธิการบดีของมหาวิทยาลัยหลักของเมือง ซึ่งในอดีตเป็นโรงงานยาสูบแห่งแรกในยุโรปด้วย! (เกร๋เว่อ)


มาถึงซุ้มประตูของงาน แต่ละปีจะมีดีไซน์ไม่เหมือนกัน มีคณะกรรมการตัดสินกันเป็นเรื่องเป็นราวเลยทีเดียว ของปีนี้ สถาปนิกที่ออกแบบเค้าได้แรงบันดาลใจมาจาก Kiosco del Agua หรือซุ้มรับน้ำสาธารณะในสมัยปลายศตวรรษที่ 19 ในเซบีย่า


ชุดฟลามิงก้าหรือชุดเซบียาน่า (Traje de flamenca/Sevillana) มีที่มาจากชุดของยิปซีที่ใส่ไปงานเฟเรียในยุคแรกๆ แล้วก็มีวิวัฒนาการต่อมาเรื่อยๆจนกลายเป็นชุดประจำแคว้นอันดาลูเซียของสเปน คียเวิร์ดเด่นๆของชุดคือ เป็นชุดที่มีท่อนบนพอดีกับรูปร่าง แขนกุดหรือแขน 4 ส่วนก็ได้แล้วต่อระบายพวงๆ ท่อนล่างเป็นระบายพวงๆพริ้วๆ ตัวระบายจะเริ่มจากใต้สะโพก เพื่อขับเน้นสัดส่วนให้ดูมีรูปทรงคล้ายกีตาร์ คือมีส่วนเว้าส่วนโค้งตู้มๆ (ชุดที่ติ๊ดตี่ใส่ออกจะประยุกต์มาซะหน่อย แขนเลยเป็นพวงๆทั้งท่อน) สีอะไรก็ได้ ลายอะไรก็ได้ ครีเอทกันได้เต็มที่ แต่ลายเบสิคคือลายจุด คลุมด้วยผ้าคลุมไหล่สามเหลี่ยม (mantoncillo) ใส่สร้อย ใส่ต้มหู ติดดอกกุหลาบใหญ่ๆบนหัว รวมผมเป็นมวยไว้ด้านหลังหรือเก็บผมขึ้นไปให้หมด

งานนี้เค้าไปทำไม เค้าไปทำไรกัน? คือมันเป็นงานที่ให้บรรยากาศเหมือนงานวัดมากๆค่ะ คือ ในงานจะมีซุ้มต่างๆนับพันซุ้ม เจ้าซุ้มนี่เรียกว่า Caseta (กาเซต้า) เรียงรายกันเป็นบล็อกๆ มีทั้งซุ้ม Private และซุ้ม Public ซุ้ม Private คือ คนที่จะเข้าได้ ต้องมีบัตรเชิญจากเจ้าของซุ้ม พอเข้าไปแล้ว ก็จะมีอาหารการกิน กับแกล้ม เบียร์ และเครื่องดื่มเตรียมไว้ให้ เสร็จแล้วก็จะมีเปิดเพลงเต้นระบำเซบียาน่ากันเป็นรอบๆไป ดวลกันมันหยดติ๋ง ส่วนซุ้ม Public คือซุ้มที่เทศบาลเมืองจัดไว้ให้ ใครจะเข้าก็ได้ ข้างในมีขายอาหาร น้ำดื่ม แล้วก็มีเปิดเพลงเต้นระบำกันเป็นรอบๆเหมือนกัน เราชาวไทยจึงเชิญตัวเองเข้าไปซุ้ม Public ไปนั่งจิบโค้ก (เพราะอากาศร้อนมาก) พลางดูเค้าเต้นระบำกัน แหม่ เต้นกันเป็นตั้งแต่รุ่นเด็กยันแก่ ของอย่างงี้มันอยู่ในสายเลือดจริงๆ

บรรยากาศในงานนับว่าคึกคักมาก ติ๊ดตี่ไปช่วงงานวันแรกเลย แนะนำให้ไปช่วงเย็นๆหน่อย ซักห้าหกโมงเย็นไปต้นไป ให้แดดร่มลมตกซักนิด ไม่งั้นจะร้อนมาก ร้อนที่นี่เป็นร้อนแบบแห้งๆซะด้วย เล่นเอาตัดกำลังไปพอสมควร ในงานก็จะมีขบวนรถม้าวิ่งเข้าออกรับส่งคนอยู่เนืองๆ มีพี่ดำมาเดินขายของที่ระลึก และฝูงชนจำนวนมากที่มุ่งตรงเข้างานอย่างต่อเนื่อง 

เรื่องแปลกคือ ถึงแม้งานนี้จะจัดขึ้นที่หัวเมืองภาคใต้ของสเปน อย่างเซบีย่า แต่ผู้ที่ริเริ่มความคิดในการจัดงานนี้ในปี 1847 กลับเป็นชายหนุ่มสองคนจากภาคเหนือของสเปน แต่ความคิดของพวกเขาก็ต้องถูกพับเก็บไป จนในปีถัดมา เมื่อสมเด็จพระราชินีนาถอีซาเบลที่ 2 (Isabel II) ทรงเห็นชอบให้มีการจัดงานขึ้น เลยได้มีการจัดงานนี้เป็นเรื่องเป็นราวนับแต่นั้นเป็นต้นมา

สำหรับคนที่สนใจจะมาเที่ยวงานนี้ ต้องเช็ควันที่จัดงานกับการท่องเที่ยวของเซบีย่าล่วงหน้า เพราะแต่ละปี ช่วงเวลาที่จัดงานจะไม่ตรงกัน แต่ที่ชัวร์คือ จัดช่วงเดือนพฤษภาคมแน่ๆ ใครวางแผนมาเที่ยวสเปนช่วงนี้ ถือว่าอากาศกำลังดี ไม่ค่อยหนาวแล้ว ค่อนไปทางเริ่มร้อนแล้วด้วยซ้ำ (ฮา) 

ตอนกลางคืนคนก็ยิ่งคึกคัก

หวังว่าจะชอบการรีวิวในตอนนี้กันนะคะ สเปนยังมีอะไรให้ดูอีกเยอะค่ะ นอกเหนือจากการสู้วัวกระทิง และการไปดูระบำเซบีย่ากันตามสูตรสำเร็จโปรแกรมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะเซบีย่า ที่ส่วนตัวยกให้เป็นหนึ่งในเมืองที่ชอบที่สุดของสเปนเลยค่ะ (รองจากซานเซบาสเตียน ที่ยังไม่มีเมืองไหนมาล้มแชมป์ได้) ติ๊ดตี่เคยลงรีวิวเมืองนี้ไว้แล้วนะคะ
 
แหม่... การท่องเที่ยวเซบีย่าน่าจะจ้างติ๊ดตี่ไปเป็นพรีเซนเตอร์นะคะ โปรโมทเมืองให้เค้าซะขนาดนี้!

Comment

Comment:

Tweet

#1 By (49.49.37.64|49.49.37.64) on 2014-11-11 09:08