กลับมาเที่ยวกันต่อในตอนที่ 2 ของทริปสิ้นปีค่า

ใครยังไม่แวะไปอ่านตอนแรก ตามไปอ่านกันได้ที่นี่ค่ะ http://khuntittee.exteen.com/20140217/olite-end-year-s-trip-1 Cool

หลังจากติ๊ดตี่ออกจากซาราโกซ่า ก็มุ่งหน้าไปบาร์เซโลน่าด้วยรถไฟความเร็วสูงหรือ AVE ถ้าจองแต่เนิ่นๆก็จะได้ราคาโปรโมชั่น ถือว่าไม่แพง เมื่อเทียบกับประสิทธิภาพและความสะดวกสบาย

ตามที่เกริ่นไว้ตั้งแต่ตอนแรกว่า ทริปนี้จะใช้บาร์เซโลน่าเป็นฐานที่มั่นพักค้างคืนเท่านั้น เพราะจุดมุ่งหมายอันสูงสุดของเราประจำทริปนี้ คือ การไป Monserrat! (มันคืออะไร? ชื่อเมือง? เดี๋ยวจะค่อยๆเล่านะคะ) เนื่องจากตัวเองเคยมาบาร์เซโลน่าแล้วสองหน มาคราวนี้เลยตั้งใจเก็บตกสถานที่ที่ยังไม่เคยไป รวมถึงเวลาเดินเล่นชิวๆ แบบไม่ต้องรีบ  และหาของกินอร่อยๆ (ที่ไม่ใช่อาหารสเปน พอเถอะ! ช่วงนี้กำลังเอียนมาก! ฮา)

รูปนี้นี่แหละค่า คือที่มาของแรงบันดาลใจ! (Google.com)

ทำไมถึงอยากไป Monserrat (มอนเซรรัต) มันเริ่มมาจากว่า ติ๊ดตี่อยากจะไปที่ที่สวยแบบแปลกๆ แหวกแนว ที่นักท่องเที่ยวกระแสหลัก maintstream ยังไม่ค่อยไปกัน แล้วพอดีมีเพื่อนคนหนึ่งเกริ่นถึงชื่อสถานนี่แห่งนี้ ว่ามันสวยมาก อยากไปมาก เลยมานั่งเสิร์ชหาข้อมูลใน Google แล้วก็ต้องร้อง ว้าว อุต้ะ อั๊ยย่ะ เพราะสถานที่แห่งนี้มันอย่างกะหลุดมาจากหนังเรื่อง Lord of the Rings คือมันเป็นโบสถ์ที่เหมือนเกาะติดอยู่บนหน้าผารูปทรงประหลาด บนเขาสูงรูปร่างประหลาด (อีกแล้ว) แถมตั้งอยู่ในแคว้นกาตาลัน แคว้นที่ติ๊ดตี่เองเคยไปเที่ยวก็แค่บาร์เซโลน่า เลยคิดว่าน่าจะถึงเวลาเหมาะเหม็งๆที่จะต้องไปเหยียบเมืองอื่นๆในแคว้นนี้บ้าง

เกริ่นมาซะยาวเหยียดขนาดนี้ ไปดูกันดีกว่า ว่าไปยังไง

จากตัวเมืองบาร์เซโลน่า ให้ไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน Espanyol จากตรงนั้นจะมีรถไฟสาย R5 ที่วิ่งไปถึงเมือง Monserrat แล้วต้องลงไปต่อรถรางหรือกระเช้าเพื่อขึ้นเขาอีกที แล้วแต่เราจะเลือก ซึ่งพอลงไปที่สถานี ก็จะเจอกับบู๊ธซื้อตั๋วของสองบริษัท บริษัทนึงคือแบบขึ้นรถราง อีกบริษัทนึงคือแบบขึ้นกระเช้า ติ๊ดตี่ได้อ่านรีวิวมาจากนักท่องเที่ยวที่เคยไป เค้าบอกว่า ถ้าขึ้นกระเช้าจะเร็วดี วิวสวย แต่สูงมากกก และจะเสียวมากกก ส่วนรถรางจะไปช้าๆแต่ก็ได้ซึมซับวิวทิวทัศน์ตอนค่อยๆไต่ไล่ระดับขึ้นไปตามแนวเขา ซึ่งเนื่องจากตัวเองเป็นคนกลัวความสูงนิดหน่อย และชอบการซึมซับบรรยากาศ เรยขอเลือกการขึ้นรถรางค่ะ!

รายละเอียดตั๋ว ตั๋วมีหลายแบบค่ะ เอาคร่าวๆคือ มีทั้งแบบ (1) ซื้อแค่เที่ยวไป-กลับ ไม่รวมรถราง (2) ตั๋วแบบเป็นแพ็จเกจ ประกอบด้วยรถไฟเที่ยวไป-กลับ รถรางขึ้นเขา (ขั้นทื่1) รถรางขึ้นยอดเขา (ขั้นที่2) และแบบ (3) คือแบบที่ 2 แต่บวกบุฟเฟ่ต์อาหารกลางวันในร้านบนเขา และค่าเข้าพิพิธภัณฑ์ด้วย ติ๊ดตี่เลือกซื้อแบบที่ 2 ค่ะ แล้วห่อข้าวไปกินเอง

เห็น Monestir de Monserrat อยู่ลิบๆบนเขา ขออภัยกล้องซูมได้แค่นี้จริงๆค่ะ

ลงที่สถานีชื่อ Monistrol de Monserrat พอลงจากรถไฟปั๊ป ก็ลงต่อรถรางได้ปุ๊ป ถ้าจะไปขึ้นกระเช้าจะต้องลงสถานีก่อนหน้านี้คะ

 ถึงข้างบนแล้วค่ะ


Monestir de Monserrat ซึ่งเป็นวิหารที่ตั้งอยู่บนเขา Montserrat (มอนต์เซรรัต) อยู่นอกบาร์เซไปประมาณ 30 กิโลเมตร วิหารแห่งนี้ตั้งอยู่บนเขาที่ระดับความสูงประมาณ 900 เมตรจากระดับน้ำทะเล ถ้ามองจากไกลๆจากพื้นจะเห็นเหมือนว่าวิหารเกาะอยู่บนริมผาสูง วิหารแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานรูปปั้น Virgen de Montserrat (หรือมีชื่อเล่นว่า "la Moreneta" - เพราะมีผิวสีดำ) ซึ่งเป็นรูปปั้นพระแม่ประจำเขาที่ทำขึ้นราวศตวรรษที่ 12 และในปี ค.ศ. 1881 สมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 13 ก็ได้ประกาศให้พระแม่แห่งเขามอนต์เซรรัตองค์นี้เป็นพระแม่แห่งแคว้นกาตาลุนย่า (Patrona de Cataluña) เรยจ้าาา แรงมากกก สวยมากกกก บนเขาลมแรงมากกก และหนาวมากกกก

แมวมอง เอ้ย แมวมอน...เซรรัต

ถ้าขึ้นกระเช้ามาจะเป็นแบบนี้

จากนั้นติ๊ดตี่ไปขึ้นรถรางเพื่อไปยังยอดเขาค่ะ จริงๆเส้นทางรถรางบนเขามีอีกเส้นทางนึงที่จะพาลัดเลาะไปยังที่ตั้งของโบสถ์เล็กๆอีกแห่งบนเขา แต่เวลาไม่พอ ติ๊ดตี่เลยเลือกขึ้นไปดูวิวบนยอดเขา

ถึงยอดเขาแล้ว เค้าก็จะมีป้ายบอกเส้นทาง ว่าเดินไปตามรูทไหนได้บ้าง

จากตรงนี้มองเห็นไปถึงชายฝั่งบาร์เซโลน่าเลยค่ะ

เดินไปจนถึงระดับที่ติ๊ดตี่คิดว่ามันสูงมากแล้ว เลยพอดีกว่า (ฮา) ต้องบอกว่าข้างบนลมแรงมากกกก เดินตัวแทบปลิว ประกอบกับเด๋วจะกลับไม่ทันรอบรถไฟ เลยขึ้นมาได้เท่านี้ค่ะ

พอลงจากยอดเขาก็มาเข้าวิหารค่ะ

อย่างที่เล่าไปก่อนหน้านี้ว่า วิหารแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานรูปปั้น Virgen de Monserrat (หรือมีชื่อเล่นว่า "la Moreneta" - เพราะมีผิวสีดำ) ซึ่งเป็นรูปปั้นพระแม่ประจำเขาที่ทำขึ้นราวศตวรรษที่ 12 และในปี ค.ศ. 1881 สมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 13 ก็ได้ประกาศให้พระแม่แห่งเขามอนต์เซรรัตองค์นี้เป็นพระแม่แห่งแคว้นกาตาลุนย่า (Patrona de Cataluña) สถานที่แห่งนี้จึงถือเป็นสถานที่ศักดิ์ศิทธิ์ของชาวคริสต์ คนจะมาเข้าแถวเพื่อไปแตะองค์พระแม่ที่อยู่ด้านบนของแท่นบูชา ติ๊ดตี่ก็ไปต่อแถวกับเค้าด้วย เพราะอยากเห็นพระแม่ใกล้ๆค่ะ

Virgen de Monserrat เป็นรูปของพระแม่มารีอุ้มพระเยซูไว้ค่ะ เค้าจะมีกระจกบางๆครอบองค์ไว้ด้วย คริสต์ศาสนิกชนก็จะยื่นมือไปแตะ แล้วก็พึมพำอะไรซักอย่าง คือ ติ๊ดตี่ก็ไม่กล้าถามเค้าว่า พูดอะไรกัน แต่โดยปกติแล้วจะเป็นสรรเสริญ แสดงความเคารพ หรือขอพรค่ะ

ออกจากวิหารก็พลบค่ำพอดี ได้เวลากลับบาร์เซโลน่าแล้วค่ะ

พูดถึงการมาเที่ยวบาร์เซโลน่าครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้วค่ะ เลยกะว่าจะเก็บที่เที่ยวที่ยังไม่เคยไปเที่ยวครั้งก่อนๆ ที่แรกที่ปักหมุดไว้ว่าจะต้องมา คือ Catedral de Barcelona หรือชื่อเต็มๆคือ Catedral de la Santa Cruz y Santa Eulalia นี้เป็นมหาวิหารนี้เป็นสไตล์โกธิคค่ะ สร้างราวคริสต์ศตวรรษที่ 13-15 ค่ะ แต่ส่วนด้านหน้าของมหาวิหารหรือ Façade สร้างเสร็จในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 นี้เองค่ะ


พอเดินเข้ามาข้างใน จะรู้สึกได้ถึงความเป็น tropical มากๆ เพราะตรงกลางลานภายในวิหารมีต้นปาล์ม พืชพันธุ์แบบเขตร้อนชื่น มีสระน้ำ แถมมีเลี้ยงเป็ดด้วย (โหหห)

ข้างในวิหารก็อลังการงานสร้างดีค่ะ โอ่โถงและดูแกรนด์มาก

เค้ามีเปิดให้ขึ้นไปดูวิวบนหลังคาวิหารด้วยค่ะ ขึ้นฟรีด้วย เราก็ขึ้นค่ะ Embarassed

ตอนกลางคืนเค้ามีแสดงโชว์น้ำพุตรงบริเวณทางขึ้น Montjuic ด้วยค่ะ รอบประมาณ 19.00 – 20.00 น.ค่ะ ส่วนตัวคิดว่าบรรยากาศคึกคักดีมาก คนเยอะมากกก (แอบกลัวโดนล้วงกระเป๋า ฮา) ส่วนโชว์น้ำพุก็สวยดี แต่ไม่ถึงกับว้าววว

ส่วนอีกที่ที่แวะไปเป็นรอบที่ 2 คือ Casa Batlló หรือบ้านที่ Gaudi เป็นคนออกแบบการตกแต่งภายในค่ะ จริงๆเคยเข้าแล้วตอนมาเที่ยวครั้งแรก แต่อยากเข้าอีก เพราะจากครั้งแรกที่ผ่านมาเกือบ 3 ปีแล้วค่ะ คิดถึงลุงเกา อยากเข้าไปดูงานแกอีก (ฮา)

Casa Batlló เป็นอพาร์ทเมนท์ของเศรษฐีครอบครัวหนึ่งค่ะ แต่เดิมการออกแบบตกแต่งไม่ใช่อย่างในปัจจุบันนี้นะคะ แต่เศรษฐีท่านนั้นว่าจ้างให้ Gaudi มาออกแบบตกแต่งทั้งภายและภายนอกทีหลังค่ะ ด้วยจินตนาการล้ำของเกาดี้ เค้าทั้งปรับเปลี่ยนโครงสร้างเดิมบางส่วนภายในตัวอาคาร ตกแต่งส่วนด้านหน้าของอพาร์ทเมนท์ใหม่ โดยใช้วัสดุตกแต่งเป็นเศษกระเบื้อง เศษแก้วเป็นหลัก เลยออกมาบรรเจิดเลิศล้ำเลอค่าขนาดนี้!

ละแวกเดียวกันนี้มีบ้านเกาดี้สองหลัง คือ Casa Batlló กับ Casa Milà หรือ La Pedrera ทั้งสองที่นี้อยู่เยื้องๆกันเลยค่ะ คำถามยอดฮิตคือ ถ้าจะต้องเลือกเข้าทีเดียว จะเข้าหลังไหน? ส่วนตัวเลือกเข้า Casa Batlló เพราะว่าดูมันมีสีสันมากกว่าค่ะ เป็นคนชอบอะไรฉูดฉาด (ฮา) ส่วน Casa Milà จะเป็นตึกสีขาวๆ แต่ไฮไลท์คือปล่องควันไฟข้างบนตึกที่เป็นรูปทรงเหมือนหน้าคน  ยังไงถ้ามีเวลาก็เข้าทั้งสองที่ก็ได้ค่ะ แต่ค่าเข้าแอบแพงใช่เล่นเลย (ฮา)

กลับไปบาร์เซโลน่าคราวนี้ เบื่ออาหารสเปนแล้วค่ะ เลยเสิร์ชหาร้านอาหารและขนมญี่ปุ่นเก๋ๆ มาเจอร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์ Homemade ค่ะ แต่จำชื่อร้านไม่ได้แล้ว (เวรกรรม!) เป็นร้านเล็กๆ มีโต๊ะนั่งประมาณ 3 โต๊ะเองค่ะ ที่เหลือเป็นบาร์ไว้นั่ง เจ้าของเป็นคนญี่ปุ่นสองคนค่ะ คนผู้ชายทำอาหาร ทำตรงหลังบาร์นั้นเลย ส่วนคนผู้หญิงเป็นคนมารับออเดอร์ เมนูอาหารไม่ได้ไฮโซแอ๊ดว๊านซ์อะไร ออกจะพื้นๆแต่อร่อยเลยทีเดียวค่ะ ร้านก็เล็กๆ ให้บรรยากาศเหมือนทานข้าวที่บ้าน

ข้าวแกงกะหรี่


ข้าวหน้าปลาทูน่าดิบ

ส่วนร้านขนมญี่ปุ่นร้านนี้ จำชื่อไม่ได้อีกแล้วค่ะ ขออภัย Foot in mouth

 โมจินุ่นมากกก mille-feuille ก็อร่อยค่ะ 

ก็เป็นอันว่าจบทริปเที่ยวสิ้นปีของติ๊ดตี่ในปี 2013 นี้แล้วค่ะ หวังว่าทริปนี้จะช่วยจุดประกาย/กระตุ้นต่อมอยากท่องเที่ยวสเปนของทุกคนนะคะ สเปนยังมีมุมสวยๆ มีเมืองแปลกๆอีกเยอะเลยค่ะ นอกจากเมืองหลักๆที่เป็นที่นิยมชมชอบของนักท่องเที่ยวทั่วไป การเดินทางไปมาก็ไม่ยาก แค่ต้องศึกษาเส้นทางและแพลนทริปอย่างรอบคอบไว้ก่อน รับรองไม่หลง (ฮา)

แล้วพบกันใหม่ในการรีวิวเมืองท่องเที่ยวในสเปนครั้งต่อไปค่ะ Cool

 

Comment

Comment:

Tweet

โทดทีคะ พอดีเพิ่งเห็นว่าเจ้าของบล็อคอยู่สเปน ไม่ทราบว่ามี FB หรือแชทคุยได้ป่าวอะคะ

#3 By (125.24.216.218|125.24.216.218) on 2014-12-09 18:57

อยากคุยปรึกษาเกี่ยวกับการไปเที่ยวบาเซโลน่าอะคะ รบกวนแอด line id : numaimoomai คุยด้วยได้ป่าวคะ

#2 By Numai (125.25.191.151|125.25.191.151) on 2014-12-09 16:02

big smile ชอบๆ ช่วงปีใหม่อากาศหนาวมั๊ยจ๊ะ ประมาณกี่องศา

#1 By pink (182.52.42.97|182.52.42.97) on 2014-07-18 13:18