เมื่อวานจขบ.ได้ดูมินิซีรียส์เกาหลีเรื่องนึงค่ะ เลยอยากจะมาเล่าสู่กันฟัง ละครเรื่องนี้มีความยาวแค่สองตอนจบ แต่ตอนที่เริ่มดูก็ไม่รู้หรอกนะคะว่ามันมีแค่นี้ พอดูจบตอนสองก็ อ้าว! นี่คือมันจบแล้วหรอ! ไม่ยอม! ไม่ให้จบ! 
 
ตอนแรกจขบ.กะว่าจะไม่เขียนอะไรเกี่ยวกับละครเรื่องนี้ แต่แบบว่ามันแน่นอกอ่ะค่ะคุณขา (ฮาาา) ผ่านมาคืนนึงหลังจากที่ดูจบ จขบ.ยังสลัดความคิดเกี่ยวกับละครเรื่องนี้ออกไปไม่ได้เลยค่ะ มันยังวนๆเวียนๆ ยังอดย้อนนึกถึงเรื่องราว บทสนทนา ฉากต่างๆในเรื่องไม่ได้ 
 
 
คุณผู้อ่านเคยรู้สึกชอบหนังหรือละครเรื่องไหนมากๆจนอยากจะแชร์ความรู้สึกให้กับคนอื่นๆรู้มั้ยคะ อยากจะอวย อยากจะบอกว่ามันสนุก อยากจะบอกว่ามันดียังไง มันกินใจตรงไหนมั้ยคะ
 
ปกติจขบ.เป็นคนดูละครเกาหลีอยู่แล้ว แต่ดูแล้วก็แล้วกัน ไม่ได้ติดใจไรมาก แต่เรื่องนี้กลับเป็นละครม้ามืดที่จขบ.ชอบมากๆจนอยากจะอวยเลยทีเดียวค่ะ 

ละครเรื่องนี้มีชื่อว่า 연애를 기대해 หรือ Looking forward to romance / Hope for dating บอกตรงๆว่า ตอนแรกจขบ.ไม่ได้เจาะจงว่าจะดูเรื่องนี้เลยค่ะ เพราะหน้าหนัง(หรือหน้าละคร)ก็ดูเป็นละครรักโรแมนติกสไตล์เกาหลีทั่วๆไป ไม่ได้มีไรดึงดูด หรือสะดุดตาน่าสนใจ จากที่อ่านเรื่องย่อก็ อ๋อ มีตัวละครหลักสี่ตัว คนที่เป็นนางเอกคือ Boa นักร้องเกาหลีที่ดังมากๆ ส่วนที่เหลือ จขบ.ไม่ค่อยคุ้นหน้าเท่าไหร่ โดยเฉพาะพระเอก ยังคิดอยู่เลยว่า ใครว้า ไม่เห็นหล่อ หน้าเต้าหูมาก (ฮาาา)
 
 
แต่ด้วยความว่าง และไม่รู้จะดูอะไรดี เลย เอาวะ ลองดูเพลินๆ
 
ปรากฏว่า...
 
คุณพระ...อุ๊ตะ...อั๊ยย่ะ...เฮ้ยยยยยย มันสนุกมากกกกกกกก ชอบอ่าาาาาาาาาาาาา Wink
 
 
เรื่องย่อคร่าวๆ คือ นางเอกเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยที่ล้มเหลวกับความรักมาหลายครั้ง คือนางเป็นคนสวยนะคะ มีผู้ชายเข้ามาไม่ขาด แต่นางมักจะได้แฟน bad boy และลงเอยด้วยการถูกผู้ชายนอกใจและทิ้ง จนนางขาดความมั่นใจที่จะเริ่มต้นกับใครคนใหม่ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังอยากจะมีเดทในแบบที่นางใฝ่ฝัน ส่วนพระเอกตามท้องเรื่องเป็นนักศึกษาทันตแพทย์ที่ถูกไล่ออกจากคลินิค แต่ในละครไม่ได้บอกว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น เป็นคนหน้าดีดีพอใช้ และจับพลัดจับผลูได้มาช่วยงานของรุ่นพี่ที่เป็นที่ปรึกษาด้านความสัมพันธ์คู่รัก งานที่ว่านั้น ก็คือ การตอบแชทในไลน์หรือโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คให้กับลูกค้าที่มาปรึกษาเรื่องความรักนั่นเอง
 
 
พระรองเป็นนักศึกษาทันตแพทย์ที่ออกจะเนิร์ดๆ ไม่ประสีประสาเรื่องความรัก แต่มาตกหลุมรักนางเอก และพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อพิชิตใจนางเอก ส่วนนางรองเป็นแฟนของพระเอก เป็นลูกคุณหนู เอาแต่ใจ ใช้เงินเก่ง เรื่องหน้าตาทางสังคมต้องมาเป็นที่หนึ่ง
 
 
เล่ามาถึงตรงนี้ ก็คงพอจะเดาทางได้ ว่าละครจะออกมาในรูปแบบไหน ซึ่งก็เป็นตามนั้นค่าาา คือ นางเอกมาใช้บริการปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ เพราะเธอไม่มั่นใจว่าควรจะทำยังไงเรื่อเพื่อไม่ได้เดทของเธอล้มเหลวอีกครั้ง ส่วนพระเอกที่จำยอมรับหน้าที่ให้คำปรึกษา ก็เป็นฝ่ายให้คำปรึกษานางเอกผ่านทางแชทในไลน์ เรื่องราวความสัมพันธ์ผ่านโลกออนไลน์ระหว่างพระเอก-นางเอกจึงเกิดขึ้นไปพร้อมกับความสัมพันธ์ในโลกแห่งความจริงของทั้งฝ่ายนางเอก-พระรอง และพระเอก-นางรอง 
 
 
จขบ.เล่าแค่นี้แล้วกันนะคะ ที่เหลืออยากให้ไปลองดูกันเอาเอง จริงๆพล็อตเรื่องนี้ก็ดูจะไม่ได้แตกต่างไปจากพล็อตอื่นๆของละครเกาหลีเท่าไหร่ มาแนวที่ปรึกษาปัญหาหัวใจ ที่สุดท้ายมารักกันซะเอง แต่เรื่องนี้กลับมีรายละเอียดที่แตกต่างออกไป โดยเฉพาะแง่มุมหรือประเด็นที่ละครต้องการสื่อออกมา หลายๆเหตุการณ์ หลายๆคำพูดของตัวละคร มันสะท้อนถึงมุมมอง ทัศนคติของหนุ่มสาวยุคออนไลน์ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการที่หนุ่มสาวยุคนี้หมกมุ่นอยู่กับโทรศัพท์จนหลงลืมคนข้างๆ การให้ความสำคัญกับการรักษาหน้าตาและสถานะทางสังคม การยึดติดกับวัตถุ จนลืมนึกไปว่า ที่จริงแล้ว เราเพียงต้องการใครซักคนที่เข้าใจ และยอมรับในทุกสิ่งที่เราเป็น
 
ประเด็นที่จขบ.ชอบมากๆ คือ เรื่องของการทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างความคิดของชายและหญิง โดยมีพระเอกเป็นตัวแทนความรู้สึกนึกคิดของฝ่ายชาย ส่วนนางเอกคือตัวแทนของความรู้สึกนึกคิดของฝ่ายหญิง เชื่อว่า ถ้าใครได้ดู คงจะต้องมีบางฉากบางตอนที่ทำให้เราแบบ "เฮ้ย จิง มันเป็นแบบนี้ๆๆ" และย้อนมานึกถึงความสัมพันธ์ของตนเองกับคนรักแน่ๆ
 
 
ละครเรื่องนี้มันเป็นเรื่องราวความรักของคนสี่คน ที่ "real" หรือ "จริง" มากๆ ไม่ได้เป็นรักแบบหวานจนเลี่ยน แบบเอะอะก็ ขี่หลัง /เดินจูงมือ / "ฉันรักเธอจนแทบบ้า"/ "พี่ชายยย"/ "ฉันป่วยยยยย" อะไรทำนองนั้น แต่ละครเล่าถึงแง่มุมต่างๆของความสัมพันธ์ของคนสองคน การออกเดท การแต่งงาน ครอบครัว ศักดิ์ศรี ความคาดหวัง ซึ่งแต่ละประเด็นเล่าผ่านมุมมองที่ไม่เครียด ไม่หนักจนกลายเป็นละครน้ำเน่า ที่จขบ.ชอบมากๆคือการเล่าเรื่องผ่านการแชทกันระหว่างพระเอกกับนางเอก ที่ละครนำเสนอออกมาได้อย่างน่ารัก และแปลกตาดี ทั้งยังสอดแทรกความฮา ความทะลึ่งเล็กๆน้อยๆ (หลายฉากทำเอาจขบ.ขำตัวโยนเหมือนกัน) บวกกับการตัดต่อแบบใส่กราฟฟิคตัวหนังสือแทนข้อความที่แชทกัน การใช้ภาพเป็นสื่อแทนการเล่าเรื่อง ทำให้ดูเก๋มากๆ รวมถึงบทสรุป ที่ไม่ได้ลงเอยตามสูตรสำเร็จ แต่เป็นบทสรุปที่ดูแล้ว "จริง" และมีเหตุมีผลในตัวของมันเอง 
 
ระหว่างที่จขบ.ดูนั้น ไม่มีฉากไหน ตอนไหนเลยที่ทำให้จขบ.รู้สึกเบื่อ เนือย เพราะเดินเรื่องเร็วมาก ก็มีแค่สองตอนจบนี่เนอะ แต่เป็นสองตอนที่มีคุณภาพ เนื้อเน้นๆ และหลายฉากก็ฮาจริงไรจริง ดีกว่าละคร 16 ตอนแบบใส่น้ำมาเพียบ มีการหักมุมทำให้คาดเดาไม่ได้ จนรู้สึกลุ้นไปกับตัวละครตลอด พระเอกที่ตอนแรกจขบ.บอกว่าหน้าเต้าหู้นั้น เป็นคนที่ดูมีเสน่ห์เอามากๆในเรื่อง ไม่ว่าจะพูด จะยิ้ม ดูหล่อขึ้นมาในบัดดล ทำเอาจขบ.กรี๊ดผู้ชายใส่แว่นไปเลย บทเค้าส่งจริงๆค่ะคุณขา (ฮาาา) ส่วนนางเอก ซึ่ง Boa เล่น เห็นว่าเล่นเป็นเรื่องแรก ก็ทำได้ดี ทั้งฉากฮา และฉากเศร้า ที่ไม่พูดไม่ได้คือบทของพระรอง ที่ตัวจริงเป็นนักร้องวงบอยแบนด์เกาหลี เรื่องนี้เค้าเล่นได้น่าสงสารและน่าเอาใจช่วยมากๆ    
 
จขบ.ชอบเรื่องนี้มาก จนไม่อวยไม่ได้แล้ว เพราะดูแล้วมัน จึ๊ก จึ๊ก จึ๊ก ไปถึงใจเลยค่ะคุณขา
 
ในที่สุดแล้ว การทำความเข้าใจความต้องการของแต่ละฝ่ายเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ความรักสามารถเดินต่อไปได้
 
นางเอก ซึ่งคิดมาตลอดว่า การที่ตนเองทุ่มเททุ่มใจให้อีกฝ่ายมากเกินไป เป็นสาเหตุให้ตัวเองกลายเป็นคนแพ้และล้มเหลวในความรัก
 
ในที่สุด ก็ได้รู้ว่า "บางครั้งคนที่รักมากกว่าก็เป็นฝ่ายชนะ" พระเอกกล่าวไว้อย่างนั้น
 
 
 
ให้ 9/10 หัก 1 คะแนนเพราะสั้นไปหน่อย มีแต่ 2 ตอนจบเอง ยังไม่อยากให้จบเลยยยยย Tongue out
 
 
 
 
ปล. ไปดูกันได้ที่ http://www.kodhit.com/hope-dating ค่ะ
 

edit @ 20 Sep 2013 23:57:18 by Sea So Sweet

Comment

Comment:

Tweet